อารมณ์ปัจฉิมนิเทศ (จบ)
posted on 20 Feb 2010 20:24 by chanomutsu
เคยฟังเพลงท่อนนี้ไหม
"แต่ก่อนนั้น ฉันยังแปลกใจ ที่เห็นใครร่ำลาจากกัน ด้วยการร้องไห้
แต่บัดนี้ เมื่อเราต้องไป ก็ถึงวันที่ฉันเข้าใจว่าเพราะอะไร"
เพลงยอดฮิตที่่ใครๆ ก็น่าจะเคยร้องไป ฟูมฟายไป บาางทีแอบมีน้ำมุกไหลด้วย ผมก็เกือบจะร้องแหละ แค่คลอๆ ฮัมเพลง ให้คนอื่น ต่อมน้ำตาแตกซะมากกว่า - คนทนฟังเสียงผมไม่ได้นะ -
คราวแล้วจบ แบบ ยังไม่ถึงจุดสุดยอดเลย ตีมจริงๆของงานปัจฉิม มันต้อง เป็นดอกกุหลาบสิ ซึ่่งผม ก็เป็นคนหนึ่งที่รอเวลานี้นะ คือ อยากได้ดอกไม้ใจจะขาด อยากได้เยอะๆด้วย แต่จริงๆแล้วผิดคาดมาก ได้มา นิดนึงพอกำได้ แหละ T-T แต่ก็ไม่เป้นไรครับ ทุกดอกที่ให้มามีค่าสำหรับผมเสมอครับ quality no quantity ถุกป่าววว
พล่ามไปมามีแต่เรื่องตัวเอง วันนี้จะมาดึงทุกท่านเข้าสู่บรรยากาศปัจฉิมนิเทศครับ ก่อนอื่นต้องถามก่อนว่าอะไรสำคัญสุดในงานนี้
ครู
โรงเรียน
ผอ.
หรือว่าเพื่อนๆ
สำหรับผมนะ สำคัญทุกอย่างเลย -- ขอเว้น ผอ.ได้ไหม ไม่อยาากจะเซด --
แต่เพื่อนวันนี้ ออกจะเป็นตีมใหญ่ มากเลยสำหรับผมอีกแล้ว
มันคล้ายๆ ว่าเราทุกคนเติบโตมาพร้อมๆกัน ในสถานที่ ที่เรารักและผุกพัน ซึ่งก็คือโรงเรียน จากเด็กตัวเล็กๆ กะโปโล ผ่านไปหลายปี ทำให้เราเปลี่ยนไป รูปร่างหน้าตา ทรงผม ความคิด แล้วก้อะไรหลายๆ อย่าง แต่เชื่อไหม สำหับผม ถ้าหากให้มองหน้าเพื่อน แม้ว่านานแค่ไหน ผมก็ยังมองว่า เป็นเพื่อนคนเดิม เป็นเด็กกะโปโล ที่โตมาด้วยัน ซะมากกว่า
ผมเชื่อเสมอว่า พวกเรายังมีจิตใจเป็นเด็กเล็กๆกันอยู่ เราอยากวิ่งเล่น เราอยากเล่นซ่อนหา เรายังอยากเล่นลิงชิงบอล แล้วก้อีกหลายๆ ที่เด็กๆเขาเล่นกัน แต่เวลา มันพาโอกาสเหล่านี้ของพวกเราไปด้วยซะแล้วสิ
แต่คนเรา ก็ยังต้องเติบโต ต้องก้าวไปข้างหน้า อีกหลายก้าว อย่างพวกผมสักวันนึงก็ต้องโตเป็นผุ้ใหญ่ ที่ต้องมองย้อนกลับมารำลึกถึงบรรยากาศ ของเวลาที่ผ่านมาอีก
ฟังดูน่าเสียดายเนาะ ท่ต้องจากบรรยากาศวัยเด็กไป แต่วันนี้ผมไม่ได้ทำเวลาให้สุญเปล่าครับ ในเมื่อวันนี้ผมจะลาบันไดขันนี้ ขั้นที่จะส่งผมไปสู่โลกใหม่ ผมต้องฝากอะไรไว้เป็นความทรงจำดีๆ ซะก่อน ฮา ฮา
งานปัจฉิมนิเทศ ไม่ใช่แค่วันอำลานะครับ แต่เป็นวัน "ตามใจตัวเองด้วย" ซึ่งจริงอีกแล้ว ที่วันนี้ผมเห็นใครหลายคน ทำตามใจตัวเอง ซะเพื่อนๆลืมไปเลยว่า คนเก่าเป็นยังไง ผมก็คนึงแหละ
บางคนอาจจะลุกขึ้นมาเต้นล้งเต้นกา -- ผมทำ --
บางคนอาจจะ ลุกขึ้นเวทีไป ร้องเพลง ทั้งๆที่มันไม่เคยแหกปากเลย
บางคนอาจจะลุกขึ้นไปเต้น I will survive ทั้งๆที่ออก จะแมนเกินร้อย
บางคนอาจจะเห็นใครเดินเป็นครุ่ จุ๋จี๋ กัน
หรือบาง คน อาจจะ แบกความกล้าและหน้าด้าน ไปบอกรักใครสักคน กิ้วๆๆ
นี่แหละ เป็นอีีกความประทับใจที่ผมชอบมากๆ เหมือนเป็นการยกภูเขาออกจากอก เข็นครกขึ้นภูเขา หรือฝนทั่งให้เป็นเข็ม -- เหมือนจะกินไป--
ผม ก้ทำนะ แต่ไม่บอกหรอกว่าอะไร ฮ า ฮ า
มาถึงตรงนี้ พวกเราเติบโต เรียนรู้ และใช้ชีวิตส่วนหนึงมาด้วยกันก็มากแล้ว เรารู้ว่าใครเป็นยังไง เรารู้ว่าใครรักใคร เรารู้ว่าใครไม่ชอบใคร แต่สุดท้ายสิ่งเรานี้มันก็ทำให้เรา เป็น เพื่อนกัน แบบของจริง ซึ่งวันใดวันหนึ่งข้างหน้าเราทุกคนต้องได้มองย้อนกลับมายังจุดนี้ มันอาจทำให้บางคนยิ้ม บางคนขำ หรืออาจทำให้หลั่งน้ำตา แต่มันก็ทำให้เราโตขึ้นมาได้อีกก้าวหนึ่ง
วันปัจฉิมนิเทศสำหรับผม จึงไม่ใช่แค่วันที่เราจะได้แค่ดอกไม้ ได้ร้องเพลง ได้เต้น แต่มันยังทำให้เราได้เติบโตไปอีกขึนหนึ่ง เติบโตไปพร้อมกับคอีกหลายคน ที่เรารับพวกเขามาไว้ในหัวใจ คนที่เราจะต้องย้อนกลับมาคิดถึงเวลาที่ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเขาเสมอ คนที่เราเรียกว่า "เพื่อน" ได้อย่างเต็มปาก และภาคภูมิใจเสมอในมิตรภาพของพวกเรา
"อยากจะคิด ต้องจากกัน เป็นแค่ฝันแต่ความจริงนั้น เรายังอยู่เคียงข้างกัน ดั่งวันวาน"
edit @ 20 Feb 2010 21:14:42 by chanachan